Cart รายการสินค้า (0)

อ่านวิจารณ์หนังสือเรื่อง แบล็กแมน และบทสัมภาษณ์นักเขียนจากพี่อตินเว็บเด็กดี

อ่านวิจารณ์หนังสือเรื่อง แบล็กแมน และบทสัมภาษณ์นักเขียนจากพี่อตินเว็บเด็กดี

 

 

บทความโดย พี่อติน จากคอลัมน์ Writer > วิจารณ์หนังสือ เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม

อ่านวิจารณ์และคอมเมนต์เต็มๆได้ที่นี่

http://www.dek-d.com/content/writer/18521/%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99.htm

 

สำหรับBook of the Month ของเว็บเด็กดีเมื่อปีที่ผ่านมา

เรามักแบ่งหนังสือออกเป็นแนวได้อย่างชัดเจน รักหวานแหวว รักสนุกสนาน

รักเศร้าๆ นิยายออนไลน์ แนวแฟนตาซี แนวสืบสวน ฯลฯ

 

แต่เพิ่งจะมี แบล็กแมน Book of the Month ของต้นเดือนมกราคม 2010

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ หนังสือเปิดรับปีใหม่ของเรานั่นเอง

เล่มนี้นี่แหละ ที่พี่ตินไม่แน่ใจว่าควรจะจัดไว้ในหมวดหมู่ไหน

 

เรื่องย่อของแบล็กแมน คือเรื่องราวที่คนเขียน มิรายญิ์ ใช้ฉากง่ายๆ คือประเทศไทย

ลักษณะพระเอก เจ้าของชื่อ ก้องเกียรติ ขจรไกล ก็แสนธรรมดา

เป็นแค่พนักงานออฟฟิศทั่วๆ ไป แต่ดันจับผลัดจับผลูไปรู้จักเพื่อนนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง

และทำผิดพลาด ไปพบกับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่แสนอันตราย

 

และแล้วฮีโร่คนใหม่ก็เกิดขึ้น

 

 


อตินวิจารณ์

หนังสือเรื่องแบล็กแมน มีสิ่งที่น่าประทับใจก็คือ

การพูดถึงลักษณะความเป็นมนุษย์

 

เพราะสำหรับหนังสือทั่วๆ ไปแล้ว มักจะระบุไปอย่างชัดเจนถึงความดีของบรรดาฮีโร่

การช่วยผู้คน การดูแลคนอื่น การอยู่เหนือคนอื่นด้วยพลังวิเศษอันนั้น

ฮีโร่มีแบบแผนที่ชัดเจนอยู่แล้ว นั่นคือ การต้องเป็นคนดี คนที่เหนือมนุษย์

คนที่ต้องช่วยเหลือคนอื่น มีอะไรก็คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ


แต่แบล็กแมน ได้นำเสนอฮีโร่ในแนวที่แตกต่างออกไป

คนอ่านจะได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วฮีโร่ก็คือมนุษย์คนหนึ่ง

มนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีความดีความเลวเช่นเดียวกับพวกเราเหมือนๆ กัน

และการเป็นฮีโร่นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

 

บางครั้ง พี่ตินก็สงสัย ถ้าหากวันหนึ่ง เราได้พลังวิเศษนั้นมา...

เราจะมีความยับยั้งชั่งใจเพียงพอหรือไม่ที่จะเลือกที่จะเป็นคนดี

หรือเราอาจจะพลาด เพียงครั้งเดียวกับการใช้พลังที่เรามี กับความต้องการทางใจของเราเอง

และแล้ว ความเป็นฮีโร่ที่เราได้สร้างสมมาก็สูญสลายไปโดยสิ้นเชิง

 

อ่านแล้วอดใจไม่ได้ที่จะนึกถึงสไปเดอร์แมนภาค 3

เมื่อสไปเดอร์แมนของเราถูกสิงด้วยเชื้อสีดำเหนียวข้น

กลายเป็นแบล็กสไปเดอร์ผู้ชั่วร้าย...

กว่าจะกลับตัวกลับใจได้ ก็เกือบจะสายเกินไป...

 

หนังสือเล่มนี้ทำให้พี่ตินได้รู้ว่า 

มนุษย์เรานั้นอาจจะเอาชนะคนอื่นได้เป็นร้อยเป็นพัน อย่างไม่ยากเย็น อย่างง่ายดาย

แต่แล้วสุดท้าย เรากลับพบว่าสิ่งที่เราลำบากที่สุด ปวดใจที่สุด ทรมานใจที่สุดก็คือ

การหักห้ามความต้องการในใจของเราเอง

 

เพราะใจของเรานั้น คือสิ่งที่เอาชนะได้ยากที่สุด ไม่ใช่หรือ

 

อตินเอง

 

---------------------------------------

สัมภาษณ์นักเขียน

บทความโดย พี่อติน จากคอลัมน์ Writer > พบปะพูดคุย เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม



สวัสดีปีใหม่จ้า ชาวเด็กดีทุกคน

พี่ตินมาพร้อมกับคอลัมน์Writer of the Month เช่นเคย

คราวนี้เราเริ่มต้นปี 2010 กันด้วยหนังสือเนื้อหาเท่ๆ ไม่เหมือนใคร

กึ่งลึกลับกึ่งแฟนตาซี ทั้งผสมผสานความระทึกขวัญ อย่างเรื่องแบล็กแมน

ผลงานของนักเขียนนามปากกาแปลกหูมิรายญิ์

 

หลายคนสงสัย ผลงานเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร

พี่ตินบอกได้คำเดียวว่า ถ้าไม่เจ๋งจริง เราไม่เอามาเปิดปี 2010 แน่นอน!!!

 

อติน: สวัสดีค่า ทักทายกันหน่อยนะ  

มิรายญิ์ : สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวเองสั้น ๆ ว่า มิรายญิ์

ซึ่งเชื่อว่าเป็นทั้งชื่อและตัวตนที่มีอะไรให้น่าจดจำมากกว่าชื่อเสียงเรียงนามตามบัตรประชาชน

เพราะถึงอย่างไรนามปากกาก็เสมือนหนึ่งตัวตนของคนเขียน

ที่พะหราอยู่คู่กับงานเขียนไปนานเท่านาน

 

อติน: ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้างคะ

มิรายญิ์ : เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว หลังจากเรียนจบแล้วก็เข้าทำงานเป็นล่ามในบริษัทญี่ปุ่นได้ระยะหนึ่ง

จากนั้นจึงย้ายบริษัทไปรับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาชาวญี่ปุ่นอีกราวสองปี

แต่ด้วยปัญหาด้านสุขภาพที่ลุ่มๆ ดอนๆ

กอปรกับความต้องการสานต่อนิยายที่เคยเขียนทิ้งไว้อย่างค้างๆ คาๆ

ท้ายที่สุดก็เลยตัดสินใจปฏิวัติตัวเอง ด้วยการลาออกมาเขียนเรื่องที่ทิ้งค้างไว้เป็นปีจนจบ

และส่งสำนักพิมพ์ ถึงได้มาเป็นนักเขียนอย่างทุกวันนี้

ส่วนผลพลอยได้จากการลาออกก็คือได้พักฟื้นตัวเองไปด้วยในตัว

 

อติน: อยากฟังเรื่องของมิรายญิ์ค่ะ

มิรายญิ์ : ส่วนตัวแล้วก็เป็นคนง่ายๆ สำหรับการใช้ชีวิต คือมีที่ให้นอนตรงไหนก็นอน

มีที่ให้ทำงานตรงไหนก็ทำ แต่เว้นเฉพาะเรื่องกินอย่างเดียวที่ยอมรับว่าออกจะเรื่องมากไปสักหน่อย

 คือเป็นคนที่เลือกกินและกินยากพอสมควร แถมยังเกลียดผักอีก

โดยเฉพาะแตงกวา... คือผมแพ้กลิ่นแตงกวา

 

อติน: (แต่... อตินชอบแตงกวาอะ)

ว่าแต่... แล้วที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้  แบล็กแมน เกิดขึ้นได้อย่างไรคะ ทำไมจู่ๆ คิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้

มิรายญิ์ : อันที่จริงแล้ว แบล็กแมนไม่ใช่ผลงานเรื่องแรกของผม

แต่ถ้าถามว่าจู่ ๆ ทำไมถึงคิดเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา

มันเกิดมาจากช่วงที่ผมเพิ่งจบจากการเขียนเรื่องพรายปีศาจไป

ก็เป็นช่วงที่กำลังคิดหาไอเดียมาเขียนเรื่องใหม่ แล้วเผอิญนึกอยากลองฉีกตัวเอง

จากแนวระทึกขวัญไปเขียนแนวตลกขบขันดูบ้าง ก็เลยมาคุยกับเพื่อน

ซึ่งเพื่อนคนนี้จะเป็นคนที่ผมคอยแชร์ไอเดียของตัวเองให้ฟังอยู่ตลอด

เพื่อดูว่าเพื่อนรับฟังแล้วมีฟี้ดแบ็คกลับมายังไง

ผมก็คุยกับเพื่อนประมาณว่าจะลองเขียนนิยายแนวฮีโร่ที่มันแปลงร่างไม่ได้ดู

เอาแบบสร้างความลำบากให้พระเอกมากหน่อยอาจต้องพกชุดฮีโร่ไปไหนมาไหนเอง

หาที่เปลี่ยนเองตามกองขยะมั่งในส้วมมั่งความตั้งใจเดิมก็คือต้องการให้เป็นนิยายแนวตลกร้าย

กัดเจ็บพวกขบวนการห้าสีหรือไม่ก็ไอ้มดเอ๊กซ์ของญี่ปุ่นอะไรทำนองนั้น

จะเรียกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากหนังแปลงร่างของญี่ปุ่นก็คงได้

เพียงแต่เปลี่ยนให้เรื่องมันมาเกิดที่เมืองไทยแทน

เสร็จแล้วผมก็หายไปสองวันเพื่อร่างพล็อตซึ่งผลก็ปรากฏว่าพล็อตที่เขียนออกมา

ดันกลายเป็นนิยายแนวระทึกขวัญที่มีฮีโร่เป็นตัวเดินเรื่องไปซะได้...

เพื่อนก็ยังงงเลยว่าตั้งแต่ช่วงกลางเรื่องเป็นต้นไปทำไมมันช่างผิดกับที่คุยให้ฟังไว้ทีแรก

คือมันหลุดจากการเป็นนิยายตลกจากที่ตั้งใจไปเลย แถมออกจะเครียดด้วยซ้ำ

 

เด็กดีดอทคอม :: มิรายญิ์; tags: มิรายญิ์, แบล็กแมน, ตะวันส่อง, นักเขียน, หนังสือ, ระทึกขวัญ

 

อติน: นามปากกาคือ มิรายญิ์ ทำไมตั้งชื่อนี้ล่ะคะ แปลกหูจัง

มิรายญิ์ : นามปากกา มิรายญิ์ออกเสียงว่า มิ-ราย 

เป็นการแผลงเสียงจากภาษาญี่ปุ่นให้ดูเป็นคำไทย มาจากคำว่า มิราอิ 

หรือถ้าออกเสียงเร็วๆ หน่อยก็จะเป็น มิไรซึ่งมีความหมายว่า อนาคต

เหตุที่คิดขึ้นมาเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ก่อนก็อันเนื่องมาจากตัวผมเรียนจบมาทางด้านภาษาญี่ปุ่น

แต่ครั้นจะให้ใช้คำว่า มิราอิ หรือ มิไร ตรงๆ เลยก็ไม่เข้าที

เพราะผมคิดอยู่เสมอว่าตัวผมนั้นเป็นนักเขียนนิยายไทย

ดังนั้นผมก็ควรจะมีชื่อเรียกตัวเองในแบบที่ฟังแล้วมีความเป็นไทยอยู่ด้วย

ภาษาญี่ปุ่นที่ว่านั้นก็เลยถูกผมจับมาแผลงเสียงใหม่

ให้กลายเป็นคำที่ได้ยินแล้วมีกลิ่นอายของคำไทยไม่รู้สึกว่าเป็นญี่ปุ่น

ก็เลยมาเป็นนามปากกาที่ใช้จนถึงทุกวันนี้

 

อติน: สำนักพิมพ์ตะวันส่องล่ะคะ เป็นอย่างไรบ้าง

มิรายญิ์ : พูดถึงสำนักพิมพ์แล้ว ผมต้องขอบคุณ สำนักพิมพ์ตะวันส่อง 

ซึ่งเป็นผู้มอบพื้นที่บนบรรณโลกให้ผมได้นำสิ่งที่อยู่ในหัวมาร้อยเรียงใส่หน้ากระดาษสู่สายตานักอ่าน

และความรู้สึกที่มีต่อสำนักพิมพ์ตะวันส่อง สำหรับผมแล้ว

ตะวันส่องเป็นสำนักพิมพ์ที่ให้ความเอาใจใส่กับนักเขียนมาก

และเปิดโอกาสให้นักเขียนได้แชร์อะไรหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานเขียน ไอเดียปก หรือแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

ก็สามารถปรึกษาผ่านทาง บ.ก. คือ คุณปุย ได้เสมอ

ด้วยตัวผมเองนั้น ก่อนหน้าที่จะมาออกงานเขียนกับตะวันส่อง

ก็เรียกว่าเคยมีประสบการณ์ที่ไม่สู้ดีนักกับสำนักพิมพ์บางแห่ง

ซึ่งคงต้องขอสงวนไว้ไม่กล่าวถึงเพื่อความเหมาะสม

ดังนั้นพอได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสำนักพิมพ์ตะวันส่องแล้ว

ก็รู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศที่ได้รับนั้นแตกต่าง

นั่นทำให้ผมประทับใจและมั่นใจในศักยภาพของสำนักพิมพ์แห่งนี้

ส่วนที่ถามถึงที่มาที่ไปว่าทำอย่างไรถึงมาอยู่กับสนพ.นี้ได้

ก็คงต้องตอบว่าเป็นความสืบเนื่องมาจากนิยายเล่มแรกมากกว่า

เพราะอย่างที่บอกไว้ว่าแบล็กแมนไม่ใช่ผลงานเรื่องแรกของผม

ดังนั้นเมื่อผมเขียนเรื่องใหม่จบ ตะวันส่องจึงเป็นสำนักพิมพ์แรกที่ผมจะนำเสนอผลงานก่อน

               

อติน: เรื่องแบล็กแมน มีอะไรที่โดดเด่น สะดุดตาสะดุดใจ

อะไรที่เป็นหัวใจหลักของเรื่อง จุดเด่นที่ไม่เหมือนกับเรื่องอื่นๆ ในตลาดคะ

มิรายญิ์ : สำหรับเรื่องแบล็กแมนนี้ผมเริ่มเขียนตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ปี 2008

ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตั้งแต่เริ่มเขียนมาจนถึง ณ วันนี้ ตลาดนิยาย

และความนิยมของนักอ่านได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้างแล้ว

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดเสมอว่าแบล็กแมนมีความต่าง

คงเป็นเรื่องการจับเอามุมมองของคนธรรมดามาสวมหน้ากากฮีโร่ที่มีพลังอำนาจ

แต่กลับต้องมาต่อสู้กับอธรรมในใจของตนเอง

มากกว่าที่จะโฟกัสไปยังการต่อสู้กับอธรรมอันเป็นตัวบุคคล

และสำคัญที่สุดก็คือเรื่องราวทั้งหมดนี้มีฉากหลังเป็นกรุงเทพมหานคร

 

อติน: หนังสือแนวนี้เรียกว่าแนวอะไรอะคะ แฟนตาซี กึ่ง มิสทรี่? หรือเปล่า

มันเขียนยากไหม อย่างไรบ้าง ต้องทำการบ้านเยอะไหม

มิรายญิ์ : ถ้าในมุมมองของผมซึ่งเป็นคนเขียนก็คงตอบว่ามันเป็นแนวระทึกขวัญ 

เพราะบรรยากาศโดยรวมของเรื่องออกมาเป็นแบบนั้น และสังเกตได้ว่าทุกเรื่องที่ผมเขียน

ก็จะนำมาลงอยู่ในหมวดนี้ ซึ่งบางเรื่องก็อาจจะระทึกขวัญตั้งแต่ต้น

หรือบางเรื่องอาจจะปูพื้นเพก่อนแล้วค่อยมาระทึกขวัญเอากลางเรื่อง

แต่สุดท้ายแล้วมันก็มาบรรจบกันที่ความตื่นเต้น ลุ้นและระทึกขวัญนั่นเอง

ขณะเดียวกันก็อาจมองได้ว่าเป็นแฟนตาซีมิสทรี่

หรือกระทั่ง ซอร์ฟไซฟิคชั่นทริลเลอร์ ก็ได้

ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน เพราะไม่ได้มีใครมาจำกัดว่านิยายเรื่องหนึ่งจะห้ามผสมปนเปแนวอื่นลงไป

เพียงแต่เมื่อจับมันมาผสมกันแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของคนเขียนที่จะต้องทำให้มันลงตัว

 

อติน: ถ้าหนังสือเล่มนี้เป็นหนัง อยากให้ใครมาเล่นบ้างคะ นึกภาพพระเอกออกไหมนะ

มิรายญิ์ : จริงๆ แล้วนึกไม่ออกเลยว่าจะให้ใครมารับบทพระเอก

สาเหตุคงเพราะบุคลิกต้นแบบของพระเอกที่ผมดึงมาใส่ไว้ในตัวละครก้องเกียรตินั้น

นำเอามาจากบุคลิกของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นคนใกล้ตัวผมเอง...

 

อติน: ถ้าหนังสือเล่มนี้เป็นอาหาร รสชาติของมันจะให้อะไรบ้าง

มิรายญิ์ : กาแฟดำคั่วบดยี่ห้อแบล็กแมน เพราะถึงรสมันจะฝาดขมแต่คนก็ยังนิยมดื่ม

 

อติน: อนาคตอยากทำอะไรต่อไปบ้างคะ

มิรายญิ์ : เมื่อเข้ามาสู่บรรณโลกแล้ว อนาคตก็ต้องเขียนต่อไป หยุดเขียนไม่ได้แน่นอน

 

 เด็กดีดอทคอม :: มิรายญิ์; tags: มิรายญิ์, แบล็กแมน, ตะวันส่อง, นักเขียน, หนังสือ, ระทึกขวัญมิรายญิ์

อติน: ความรู้สึกที่ได้รับเลือกเป็นBook of the Month จากทีมงานเด็กดี ต้นปีด้วย

มิรายญิ์ : รู้สึกยินดีที่ได้รับเลือก แต่ทีแรกก็ยังรู้สึกแปลกอยู่ใจบ้าง

เพราะปกติเห็นจะเป็นแนวรักหรือแนวแฟนตาซีเสียเป็นส่วนใหญ่

ก็ไม่นึกว่าแนวตื่นเต้นระทึกขวัญที่ฉีกออกมาจะได้มีโอกาสตรงนี้ด้วย

 

อติน: คิดยังไงกับเว็บเด็กดีดอทคอมคะ

มิรายญิ์ : คงออกความคิดเห็นได้เฉพาะในส่วนที่ใช้งานอยู่บ่อยๆ

ก็คือพื้นที่สำหรับลงนิยายให้อ่านกันบนเว็บไซต์ เรียกว่าเป็นระบบที่ดีมาก

เพราะนอกจากการลงเนื้อหาให้ได้อ่านกันแล้ว

ก็ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่รวบรวมนิยายบนโลกไซเบอร์ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนและนักอ่าน

เรียกได้ว่าเป็นเว็บไซต์ที่นักเขียนและนักอ่านจะได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

 

อติน: คิดอย่างไรกับระบบมายไอดีใหม่ ชอบไหมคะ

มิรายญิ์ : ระบบมายไอดีใหม่นี้พัฒนาไปกว่าแต่ก่อนมาก

เป็นเหมือนห้องส่วนตัวสำหรับใช้ขีดๆ เขียนๆ เรื่องราวต่างๆ ไม่จำกัดอยู่แค่นิยาย

จะเขียนบล็อก ตั้งกระทู้หรือเขียนข่าวสารอะไรก็สามารถทำได้หมด

ซึ่งตัวผมเองก็จะใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการเขียนนิยาย

มานั่งขีดเขียนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ลงในบล็อกด้วยเหมือนกัน

ยังไงก็แวะมาเยี่ยมเยียนทักทายที่มายไอดีของผมได้ครับ

http://my.dek-d.com/MondoDK/

               

อติน: ปีใหม่แล้ว อยากฝากอะไรถึงชาวเด็กดีของเราบ้างคะ  

มิรายญิ์ : สำหรับน้องๆ ชาวเด็กดีที่รักและอยากเป็นนักเขียน ก็อยากให้สู้ต่อไปครับ

โอกาสจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง ดังนั้นยิ่งเราเขียนมากเท่าไร

ก็ยิ่งพาตัวเราเข้าใกล้โอกาสมากขึ้นเท่านั้น และขอถือปีใหม่นี้เป็นวาระอันดี

ที่จะนำไปสู่การคว้าโอกาสนั้นไว้สำหรับทุกคนที่ไม่เคยละทิ้งความมุ่งมั่น

 

อติน: สุดท้ายแล้วจริงๆ ค่ะ อยากฝากอะไรถึงคนอ่านเรื่อง แบล็กแมน บ้างคะ

มิรายญิ์ : นักอ่านคือหัวใจของนักเขียน ถ้าปราศจากนักอ่านแล้วไซร้ นักเขียนก็เป็นได้แค่นักขีด

ขอบคุณที่ติดตามผลงานในนามปากกา มิรายญิ์มาโดยตลอดครับ

 

ตอบคำถามได้แปลกและเท่ไม่เหมือนใครจริงๆ

ฟังจากคำตอบของคุณมิรายญิ์แล้ว

เชื่อว่าน้องๆ คงรู้แล้วนะจ๊ะว่าผลงานเรื่องนี้จะลึกล้ำเจ๋งเป้งแค่ไหน ^ ^

 

อตินเอง

 

 


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view